ความรู้พื้นฐานเรื่องสารหล่อลื่น

จาระบีคืออะไร? ทำมาจากอะไร ทำงานยังไง และใช้กับจุดไหนในโรงงาน

คำว่า "จาระบี" ที่ใช้กันทุกวันในโรงงาน จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่ "น้ำมันข้น ๆ" แต่เป็นสารหล่อลื่นที่ถูกออกแบบมาให้อยู่กับที่แล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำมันออกมาหล่อลื่น บทความนี้อธิบายตั้งแต่นิยาม ส่วนประกอบ กลไกการทำงาน ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมจาระบีคนละชนิดถึงผสมกันไม่ได้

ในโรงงาน คำว่า "จาระบี" ถูกใช้กันจนเหมือนเป็นของสามัญ — เบิกมา อัดเข้าเครื่อง จบ แต่พอถึงเวลาต้องสั่งของใหม่ เปลี่ยนยี่ห้อ หรือมีคนถามว่า "ทำไมใช้ตัวนี้แทนไม่ได้" ก็มักตอบกันไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้วจาระบีคืออะไร ต่างจากน้ำมันตรงไหน และอะไรเป็นตัวกำหนดว่าจาระบีตัวหนึ่งจะใช้กับเครื่องหนึ่งได้หรือไม่ได้

ไลน์ผลิตในโรงงานที่มีเครื่องจักรและชุดเกียร์ทดรอบ ซึ่งใช้จาระบีเป็นสารหล่อลื่นที่จุดหมุนและลูกปืน
จุดหมุน ลูกปืน และชุดเกียร์ในไลน์ผลิต คือที่ที่จาระบีทำงานอยู่ทุกวันโดยที่เราแทบไม่เห็นตัวมัน

บทความนี้ตอบจากพื้นฐานที่สุด ไม่ใช่ระดับเลือกซื้อ — อ่านจบแล้วจะเข้าใจว่าเนื้อที่อยู่ในถังนั้นประกอบด้วยอะไร ทำงานด้วยหลักการอะไร และทำไมสองถังที่หน้าตาเหมือนกันถึงเทรวมกันไม่ได้

บทความนี้เป็นระดับ พื้นฐาน ถ้าต้องการรู้ว่าเครื่องของคุณต้องใช้เบอร์ไหน ให้อ่านต่อที่ จาระบีมีกี่เบอร์? ตารางเกรด NLGI 000–6

จาระบีคืออะไร

▶ ตอบสั้น: จาระบีคือ สารหล่อลื่นเนื้อกึ่งแข็ง (semi-solid lubricant) ที่เกิดจากการนำ น้ำมันพื้นฐาน (base oil) มาผสมกับ สารเพิ่มความข้น (thickener) และ สารเติมแต่ง (additive) สารเพิ่มความข้นทำหน้าที่เหมือนโครงตาข่ายอุ้มน้ำมันไว้ ทำให้จาระบีเกาะอยู่กับจุดหล่อลื่นได้โดยไม่ไหลหนี แล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำมันออกมาหล่อลื่นเมื่อโดนแรงเฉือนหรือความร้อน

สิ่งที่หล่อลื่นจริง ๆ ในจาระบี คือน้ำมัน ไม่ใช่เนื้อครีม — ประเด็นนี้สำคัญมากและเป็นจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด เนื้อครีมที่เห็นเป็นเพียง "ระบบขนส่งและกักเก็บ" ที่ทำให้น้ำมันไปอยู่ตรงจุดที่ต้องการ และอยู่ตรงนั้นได้นานโดยไม่หยดทิ้ง

พูดง่าย ๆ ให้เห็นภาพ: ถ้าน้ำมันหล่อลื่นคือน้ำในแก้ว จาระบีก็คือน้ำที่ถูกอุ้มไว้ในฟองน้ำ — ปริมาณน้ำอาจเท่ากัน แต่ฟองน้ำวางบนที่ลาดเอียงแล้วไม่ไหลลง และเมื่อถูกบีบก็ปล่อยน้ำออกมาทีละนิด

จุดที่ตามมาคือเรื่อง ความข้น-เหลว ซึ่งวัดเป็น "เบอร์" ตามมาตรฐาน NLGI ตั้งแต่เนื้อไหลได้เองจนถึงเนื้อแข็งคล้ายก้อนสบู่ เรื่องเบอร์เป็นคนละแกนกับเรื่องส่วนประกอบและไม่ได้บอกคุณภาพ — รายละเอียดครบทุกเบอร์อ่านได้ที่ จาระบีมีกี่เบอร์? ตารางเกรด NLGI 000–6 บทความนี้จะไม่ลงเรื่องเบอร์ซ้ำ

"จาระบี" กับ "จารบี" สะกดแบบไหนถูก

รูปที่ถูกต้องตามพจนานุกรมคือ "จาระบี" (มีสระอะที่ตัว ร) ส่วน "จารบี" เป็นรูปที่คนไทยพิมพ์กันติดปากมากจนพบได้ทั่วไปในใบสั่งซื้อ ป้ายคลังสินค้า และการค้นหาออนไลน์ ทั้งสองคำหมายถึงของสิ่งเดียวกัน ไม่มีผลต่อการสั่งของ — แต่ถ้าค้นข้อมูลทางเทคนิคแล้วเจอผลน้อย ลองสลับสะกดอีกแบบดู มักเจอเอกสารคนละชุดกัน

จาระบีทำมาจากอะไร

▶ ตอบสั้น: จาระบีทำจาก 3 ส่วนหลัก คือ น้ำมันพื้นฐาน (base oil) ซึ่งเป็นตัวหล่อลื่นจริงและกินสัดส่วนมากที่สุด สารเพิ่มความข้น (thickener) ที่สร้างโครงสร้างอุ้มน้ำมันไว้ และ สารเติมแต่ง (additive) ที่เติมคุณสมบัติเฉพาะ เช่น รับแรงกดสูง (EP) ต้านการเกิดสนิม หรือต้านออกซิเดชัน สัดส่วนที่อ้างถึงกันทั่วไปคือน้ำมันพื้นฐานราว 70–95% สารเพิ่มความข้นราว 3–20% และสารเติมแต่งราว 0–10%

ส่วนประกอบ สัดส่วนโดยทั่วไป หน้าที่ ถ้าส่วนนี้ไม่ตรงงานจะเกิดอะไร
น้ำมันพื้นฐาน (base oil)
น้ำมันแร่ / สังเคราะห์ (PAO, เอสเทอร์) หรือผสม
~70–95% หล่อลื่นจริง สร้างฟิล์มคั่นผิวโลหะ ความหนืดของมันเป็นตัวกำหนดว่าฟิล์มหนาพอไหม ความหนืดต่ำเกินสำหรับโหลด/รอบเดินเครื่องนั้น → ฟิล์มบาง เกิดการสัมผัสโลหะกับโลหะ
สารเพิ่มความข้น (thickener)
สบู่โลหะหรือสารอินทรีย์
~3–20% สร้างโครงสร้างระดับจุลภาคอุ้มน้ำมันไว้ ทำให้เนื้อเป็นครีมและเกาะอยู่กับที่ ผิดชนิด → เข้ากันไม่ได้กับของเดิม เนื้อเละหรือแข็งตัว · ทนร้อน/ทนน้ำไม่ตรงสภาพงาน
สารเติมแต่ง (additive)
EP, ต้านสึกหรอ, ต้านสนิม, ต้านออกซิเดชัน, ของแข็งหล่อลื่น เช่น โมลิบดินัม
~0–10% เติมคุณสมบัติที่น้ำมันพื้นฐานอย่างเดียวให้ไม่ได้ ไม่มี EP ในงานแรงบิดสูง → ผิวฟันเกียร์สึกและมีโอกาสขบติด

ตารางที่ 1 — องค์ประกอบ 3 ส่วนของจาระบี · สัดส่วนข้างต้นเป็นช่วงที่ใช้อ้างอิงกันทั่วไปในเอกสารทางเทคนิค สูตรจริงต่างกันไปตามผู้ผลิตและแต่ละรุ่น ให้ยึดเอกสารสินค้าของรุ่นนั้นเป็นหลัก

จุดที่ควรจำจากตารางนี้มีข้อเดียว: จาระบีสองถังอาจใช้น้ำมันพื้นฐานตัวเดียวกันเป๊ะ แต่ถ้าสารเพิ่มความข้นคนละชนิด มันก็เป็นคนละของ และในหลายกรณีคือของที่ห้ามเทรวมกัน เรื่องนี้จะขยายในหัวข้อชนิดจาระบีด้านล่าง

จาระบีทำงานยังไง ทำไมเนื้อถึงเป็นครีมไม่ใช่ของเหลว

▶ ตอบสั้น: สารเพิ่มความข้นในจาระบีจับตัวเป็น โครงสร้างเส้นใยระดับจุลภาค คล้ายใยฟองน้ำ แล้วอุ้มน้ำมันพื้นฐานไว้ในช่องว่างระหว่างเส้นใย เนื้อจาระบีจึงคงรูปเมื่ออยู่นิ่ง แต่เมื่อถูกแรงเฉือนจากฟันเกียร์หรือลูกปืน โครงสร้างจะอ่อนตัวลงชั่วคราวและปล่อยน้ำมันออกมาหล่อลื่น พอแรงหายไปเนื้อก็กลับมาข้นอีกครั้ง

พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า shear thinning คือ "แข็งตอนอยู่นิ่ง เหลวตอนโดนแรง" ซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้จาระบีใช้งานได้จริงในจุดที่น้ำมันอยู่ไม่ได้ ลองนึกถึงลูกปืนที่หมุนอยู่: จาระบีรอบ ๆ ยังคงรูปอยู่กับที่กันฝุ่นและกันน้ำ ส่วนจาระบีตรงบริเวณที่ลูกปืนกลิ้งผ่านจะถูกรีดจนปล่อยน้ำมันออกมาเคลือบผิวสัมผัสพอดี

มีอีกกลไกที่ทำงานคู่กันคือ การปล่อยน้ำมันออกจากเนื้อ (oil bleed) ซึ่งเกิดขึ้นช้า ๆ ตลอดเวลาแม้ไม่มีแรงเฉือน โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น นี่คือเหตุผลที่จาระบีที่ค้างในถังนาน ๆ หรือเจอความร้อนสะสมจะเห็นน้ำมันลอยแยกอยู่ด้านบน — ปริมาณการปล่อยน้ำมันที่ "พอดี" เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตออกแบบมาแล้ว ปล่อยน้อยไปก็หล่อลื่นไม่พอ ปล่อยมากไปอายุการใช้งานก็สั้น

ข้อจำกัดที่ต้องรู้อีกอย่างคือ ความทนความร้อนของโครงสร้าง เมื่ออุณหภูมิสูงถึงจุดหนึ่ง โครงสร้างของสารเพิ่มความข้นจะอุ้มน้ำมันไว้ไม่อยู่และเนื้อจาระบีจะเสียสภาพถาวร ค่าที่ใช้บอกจุดนี้คือ dropping point ซึ่งแต่ละสูตรไม่เท่ากันและระบุอยู่ในเอกสารสินค้าของรุ่นนั้น ๆ ค่านี้ไม่ใช่อุณหภูมิใช้งานสูงสุด แต่เป็นขีดที่ห้ามเข้าใกล้ — อุณหภูมิใช้งานจริงให้ยึดคู่มือของผู้ผลิตเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลักเสมอ

! เวลาอัดจาระบีเข้าชุดเกียร์หรือจุดหล่อลื่นที่มีซีล แรงดันที่ใช้ต้องต่ำ โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 0.15 MPa (ประมาณ 1.5 bar) เพราะแรงดันที่สูงเกินอาจดันซีลจนเสียหายและทำให้จาระบีรั่วออกภายหลัง · ค่าที่แน่นอนให้ยึดคู่มือของเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลัก

จาระบีกับน้ำมันหล่อลื่น ต่างกันที่อะไร

▶ ตอบสั้น: ต่างกันที่ จาระบีมีสารเพิ่มความข้น ส่วนน้ำมันหล่อลื่นไม่มี ผลคือจาระบีอยู่กับที่ได้เอง ปิดกั้นฝุ่นและน้ำได้ในตัว และไม่ต้องมีระบบหมุนเวียนหรือระดับน้ำมันให้ตรวจ ส่วนน้ำมันไหลเวียนได้ดีกว่าจึงระบายความร้อนและพาเศษสึกหรอออกจากจุดสัมผัสได้ ซึ่งจาระบีทำไม่ได้

หลักการเลือกเชิงกว้างที่ใช้ได้กับเครื่องจักรทั่วไป สรุปได้เป็นสามข้อ:

  • เลือกจาระบีเมื่อ จุดหล่อลื่นนั้นปิดผนึกยาก เข้าถึงยาก ไม่มีระบบหมุนเวียน หรือทำงานเป็นช่วง ๆ ไม่ต่อเนื่อง — เพราะจาระบีอยู่รอที่จุดนั้นได้ตลอดโดยไม่ต้องมีอะไรมาปั๊มให้
  • เลือกน้ำมันเมื่อ จุดนั้นเกิดความร้อนสูงและต้องพาความร้อนออก หรือหมุนเร็วมากจนแรงต้านการกวนของเนื้อจาระบีกลายเป็นภาระ หรือจำเป็นต้องกรอง/เปลี่ยนถ่ายเพื่อเอาเศษสึกหรอออก
  • ห้ามสลับกันเอง ต่อให้ดูเหมือนใช้แทนกันได้ เพราะเรือนเกียร์ที่ออกแบบมาสำหรับจาระบีมักไม่มีซีลและระบบระดับน้ำมันที่รองรับน้ำมันล้วน และในทางกลับกันเรือนที่ออกแบบมาสำหรับน้ำมันก็ไม่มีทางให้จาระบีไหลกลับเข้าจุดขบได้

กรณีที่คนถามบ่อยที่สุดคือชุดเกียร์ทดของแขนกล ซึ่งมีทั้งรุ่นที่ผู้ผลิตกำหนดเป็นจาระบีและรุ่นที่กำหนดเป็นน้ำมัน — เรื่องนั้นมีบทความเจาะโดยเฉพาะที่ เกียร์ RV ใช้จาระบีหรือน้ำมัน ส่วนกลุ่มจาระบีเนื้ออ่อนที่ไหลตัวได้เองในเรือนเกียร์ อ่านได้ที่ จารบีเหลว (จาระบีกึ่งเหลว) คืออะไร

จาระบีแบ่งเป็นกี่ชนิด ดูที่ "สารเพิ่มความข้น" เป็นหลัก

▶ ตอบสั้น: วิธีแบ่งชนิดจาระบีที่ใช้กันในทางเทคนิคคือแบ่งตาม ชนิดของสารเพิ่มความข้น (thickener) ที่พบบ่อยได้แก่ ลิเธียม ลิเธียมคอมเพล็กซ์ โพลียูเรีย แคลเซียม/แคลเซียมซัลโฟเนต และอะลูมิเนียมคอมเพล็กซ์ ชนิดนี้เป็นตัวกำหนดความทนความร้อน ความทนน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ จาระบีสองตัวจะผสมกันได้หรือไม่ได้

ชนิดสารเพิ่มความข้น ลักษณะเด่นโดยทั่วไป ทนน้ำ มักพบในงานแบบไหน ข้อควรระวัง
ลิเธียม
Lithium soap
ชนิดที่ใช้แพร่หลายที่สุดในตลาดโลก คุณสมบัติสมดุลรอบด้าน ดี จุดหล่อลื่นทั่วไป ลูกปืน ชุดเกียร์ทด ทนความร้อนต่อเนื่องได้จำกัดกว่ากลุ่มคอมเพล็กซ์
ลิเธียมคอมเพล็กซ์
Lithium complex
พัฒนาต่อจากลิเธียม ทนความร้อนได้สูงกว่า ดี งานอุณหภูมิสูงกว่าปกติ งานหลายจุดใช้ตัวเดียว ต้นทุนสูงกว่า และไม่ได้แปลว่าใช้แทนลิเธียมธรรมดาได้ทุกกรณี
โพลียูเรีย
Polyurea
ไม่มีโลหะเป็นองค์ประกอบ อายุใช้งานยาว นิยมในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเติมครั้งเดียว ดี ลูกปืนมอเตอร์ไฟฟ้าปิดผนึก เป็นชนิดที่มีปัญหาเรื่องการผสมกับชนิดอื่นมากที่สุด
แคลเซียม / แคลเซียมซัลโฟเนต
Calcium / Calcium sulfonate
ทนน้ำได้เด่นชัด กลุ่มซัลโฟเนตยังทนความร้อนและรับโหลดได้ดี ดีมาก งานเปียก งานล้างน้ำ อุตสาหกรรมอาหาร งานเหล็ก แคลเซียมแบบดั้งเดิมทนความร้อนได้จำกัด
อะลูมิเนียมคอมเพล็กซ์
Aluminium complex
เกาะผิวโลหะดี ทนน้ำดี ดี อุตสาหกรรมอาหาร งานที่ต้องการการเกาะผิวสูง เข้ากันได้กับชนิดอื่นค่อนข้างจำกัด

ตารางที่ 2 — เทียบชนิดสารเพิ่มความข้นที่พบบ่อย · ตารางนี้เทียบลักษณะโดยทั่วไปของแต่ละกลุ่ม ไม่ได้แทนสเปกของสินค้ารุ่นใดรุ่นหนึ่ง คุณสมบัติจริงต่างกันตามสูตรของผู้ผลิตแต่ละราย ให้ยึดเอกสารสินค้าและคู่มือเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลัก

ทำไมชนิดของสารเพิ่มความข้นถึงสำคัญกว่าที่คนคิด

เพราะมันคือตัวตัดสินว่า จาระบีเก่ากับจาระบีใหม่ในเครื่องเดียวกันจะอยู่ร่วมกันได้ไหม

เวลาเติมจาระบีทับของเดิมโดยไม่ล้างออก สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือโครงสร้างของสารเพิ่มความข้นสองชนิดมาปนกัน ถ้าเข้ากันไม่ได้ โครงสร้างจะพังลง เนื้อจาระบีจะ อ่อนตัวลงจนเละและปล่อยน้ำมันแยกออกมา ผลคือของที่เคยเกาะอยู่ตรงจุดหล่อลื่นไหลหนีออกไป เหลือจุดสัมผัสที่แทบไม่มีฟิล์มปกป้อง — และอาการนี้เกิดได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด

คู่ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างคลาสสิกในตารางความเข้ากันได้ทางอุตสาหกรรมคือ ลิเธียมกับโพลียูเรีย ซึ่งโดยทั่วไปถูกจัดว่าเข้ากันไม่ได้ (แม้จะมีสูตรโพลียูเรียบางแบบที่ผู้ผลิตระบุว่าเข้ากันได้ก็ตาม จึงต้องดูเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เหมารวม)

หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดมีสามข้อ:

  1. เปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนสูตร ให้ตั้งต้นว่าต้องล้างของเดิมออกก่อน อย่าเติมทับโดยยังไม่ตรวจ
  2. ถ้าเลี่ยงการเติมทับไม่ได้จริง ๆ ให้ตรวจก่อนว่าสารเพิ่มความข้นและชนิดน้ำมันพื้นฐานเป็นกลุ่มเดียวกัน และยืนยันกับผู้ผลิตสินค้า
  3. จดชื่อรุ่นที่ใช้อยู่ติดไว้ที่เครื่อง เพื่อให้กะทันหันแล้วไม่มีใครหยิบถังผิดมาเติม — ต้นทุนของสติกเกอร์แผ่นเดียวถูกกว่าการรื้อเกียร์มาก

ข้อยกเว้นที่มีจริงและไม่ควรมองข้าม: จาระบีบางคู่ ผู้ผลิตระบุเองว่าใช้ร่วมกันได้ โดยเฉพาะคู่ที่มาจากผู้ผลิตรายเดียวกันและเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้สืบทอดต่อกัน (เช่นเกรดรุ่นเก่ากับเกรดรุ่นใหม่ที่มาแทนที่) กรณีแบบนี้ให้ยึด คำระบุของผู้ผลิตสินค้าและคู่มือของเครื่องรุ่นนั้น เป็นหลัก ไม่ต้องเหมารวมว่าเปลี่ยนยี่ห้อแล้วต้องล้างเสมอไป

กลับกัน การที่จาระบีสองตัว "สเปกใกล้เคียงกัน" หรือ "มาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน" ก็ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าใช้แทนกันได้ ต้องตรวจรหัสสินค้าที่ผู้ผลิตเครื่องกำหนดและคู่มือของรุ่นนั้นก่อนเสมอ — ถ้าไม่แน่ใจว่าคู่ที่มีอยู่ในมือเข้าข่ายข้อยกเว้นหรือไม่ ถามผู้จำหน่ายก่อนเติมจะเร็วกว่าและปลอดภัยกว่ามาก

อาการที่เกิดตามมาเมื่อเติมของผิดสเปกลงชุดเกียร์ และวิธีไล่สาเหตุแบบเป็นขั้นตอน อ่านต่อได้ที่ ความเสี่ยงเมื่อเติมจาระบีผิดสเปกเกียร์ RV

ไม่แน่ใจว่าของที่ใช้อยู่กับของที่จะสั่ง เป็นจาระบีคนละชนิดกันไหม?

ถ่ายรูปฉลากถังเดิมหรือส่งชื่อรุ่นมาทางไลน์ได้เลย ทีมงานช่วยดูให้ว่าสารเพิ่มความข้นและสเปกตรงกันหรือเปล่า ก่อนจะเติมทับลงเครื่อง

ทักไลน์ให้ช่วยเทียบสเปก

ปรึกษาและเทียบสเปกให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด — LINE @620fnswu

จาระบีใช้ที่ไหนบ้างในโรงงาน

▶ ตอบสั้น: จุดที่ใช้จาระบีมากที่สุดในโรงงานคือ ลูกปืนและตลับลูกปืน ทุกชนิด ลูกปืนของมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดเกียร์แบบปิดที่ไม่มีระบบหมุนเวียนน้ำมัน ชุดเกียร์ทดของแขนกลและชุดขับเคลื่อน รวมถึงจุดหมุน ข้อต่อ รางเลื่อน และโซ่ ซึ่งทั้งหมดเป็นจุดที่ต้องการสารหล่อลื่นที่อยู่กับที่ได้เอง

  • ลูกปืน / ตลับลูกปืน — จุดใช้งานที่พบมากที่สุด จาระบีต้องเกาะอยู่ได้แม้โดนแรงเหวี่ยง และต้องกันฝุ่นกันน้ำเข้าไปในตลับด้วยในตัว
  • ลูกปืนมอเตอร์ไฟฟ้า — หลายรุ่นเป็นแบบปิดผนึกและเติมมาจากโรงงานครั้งเดียว ตรงนี้เรื่องอายุการใช้งานของจาระบีสำคัญกว่าเรื่องความข้น
  • ชุดเกียร์แบบปิด (closed gearbox) — เรือนเกียร์ที่ไม่มีปั๊มและไม่มีระดับน้ำมันให้ตรวจ ต้องใช้จาระบีที่ไหลกลับเข้าจุดขบฟันได้เอง
  • ชุดเกียร์ทดของแขนกลและชุดขับเคลื่อน — จุดที่มีทั้งฟันเกียร์รับโหลดสูงและลูกปืนอยู่ในเรือนเดียวกัน ผู้ผลิตมักกำหนดทั้งเบอร์ ชนิดสารเพิ่มความข้น และรหัสสินค้ามาเจาะจง ไม่ปล่อยให้เลือกเอง
  • จุดหมุน ข้อต่อ รางเลื่อน โซ่ — งานที่ต้องการให้สารหล่อลื่นเกาะค้างอยู่บนผิวโดยไม่หยดทิ้ง

ไลน์สินค้าที่ GIN189 ดูแล อยู่ที่กลุ่มสุดท้ายเป็นหลัก คือจาระบีและน้ำมันสำหรับ ชุดเกียร์ทดของแขนกลและเครื่องจักรอุตสาหกรรม เช่น Nabtesco MOLYWHITE RE No.00 และ Kyodo Yushi MULTEMP FZ No.00 (สารเพิ่มความข้นลิเธียม + โมลิบดินัม, EP) และ Nabtesco VIGOGREASE RE0 (สารเพิ่มความข้นลิเธียม EP) — บางรายการเป็นเกรดที่ ตรงกับสเปกและ Part No. ที่ผู้ผลิตหุ่นยนต์บางแบรนด์กำหนดไว้ ดูรายการสินค้าทั้งหมดได้ที่หน้าแรก

เราไม่ได้จำหน่ายจาระบีอเนกประสงค์สำหรับอัดลูกปืนทั่วไป เขียนไว้ตรงนี้เลยเพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย ถ้ากำลังหากลุ่มนั้นแนะนำให้ติดต่อผู้จำหน่ายสายจาระบีอเนกประสงค์โดยตรง

i GIN189 เป็นผู้จำหน่ายสินค้ากลุ่มนี้ ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย ผู้แทน หรือพันธมิตรทางการของ FANUC, Nabtesco, Kyodo Yushi หรือแบรนด์ใด ๆ ชื่อแบรนด์และรหัสสินค้าที่อ้างถึงเป็นทรัพย์สินของเจ้าของแบรนด์นั้น ๆ ใช้เพื่อระบุความเข้ากันได้ของสเปกเท่านั้น · มีเอกสาร SDS (Safety Data Sheet) ให้ฝ่ายจัดซื้อ/ฝ่ายความปลอดภัยขอได้

คำถามที่พบบ่อย

จาระบีกับน้ำมันหล่อลื่น ต่างกันตรงไหน? +
ต่างกันที่จาระบีมีสารเพิ่มความข้น (thickener) ผสมอยู่ ส่วนน้ำมันหล่อลื่นไม่มี สารเพิ่มความข้นทำให้จาระบีอยู่กับที่ได้เองโดยไม่ต้องมีระบบหมุนเวียน จึงเหมาะกับจุดที่ปิดผนึกยากหรือเข้าถึงยาก ส่วนน้ำมันไหลเวียนได้จึงระบายความร้อนและพาเศษสึกหรอออกได้ดีกว่า ทั้งสองอย่างใช้แทนกันเองไม่ได้ ต้องยึดตามที่คู่มือของเครื่องรุ่นนั้นกำหนด
จาระบีทำมาจากอะไร ในนั้นมีน้ำมันจริงไหม? +
มีจริงและเป็นส่วนที่มากที่สุด จาระบีประกอบด้วยน้ำมันพื้นฐานราว 70–95% สารเพิ่มความข้นราว 3–20% และสารเติมแต่งราว 0–10% สิ่งที่หล่อลื่นจริง ๆ คือน้ำมันพื้นฐาน ส่วนสารเพิ่มความข้นทำหน้าที่เหมือนโครงตาข่ายอุ้มน้ำมันไว้แล้วปล่อยออกมาเมื่อโดนแรงเฉือนหรือความร้อน สัดส่วนจริงต่างกันตามสูตรของผู้ผลิตแต่ละราย
"จาระบี" กับ "จารบี" สะกดแบบไหนถูก? +
รูปที่ถูกต้องคือ "จาระบี" ส่วน "จารบี" เป็นรูปที่คนไทยพิมพ์กันติดปากจนพบทั่วไปทั้งในใบสั่งซื้อและการค้นหาออนไลน์ ทั้งสองคำหมายถึงสิ่งเดียวกัน ไม่มีผลต่อการสั่งของ แต่ถ้าค้นข้อมูลทางเทคนิคแล้วเจอผลน้อย ลองสลับสะกดอีกแบบดู มักเจอเอกสารคนละชุดกัน
จาระบีคนละยี่ห้อ ผสมหรือเติมทับกันได้ไหม? +
โดยหลักไม่ควรทำถ้ายังไม่ได้ตรวจ ถ้าสารเพิ่มความข้นเป็นคนละชนิด โครงสร้างที่อุ้มน้ำมันอยู่อาจพังลง ทำให้เนื้อจาระบีอ่อนตัวจนเละและปล่อยน้ำมันแยกออกมา จุดหล่อลื่นก็เหลือฟิล์มปกป้องน้อยลง คู่ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างคลาสสิกว่าเข้ากันไม่ได้คือลิเธียมกับโพลียูเรีย แต่ก็มีบางคู่ที่ผู้ผลิตระบุเองว่าใช้ร่วมกันได้ โดยเฉพาะเกรดรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ที่มาแทนที่จากผู้ผลิตรายเดียวกัน กรณีแบบนี้ให้ยึดคำระบุของผู้ผลิตและคู่มือของเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลัก ถ้าไม่แน่ใจ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือล้างของเดิมออกก่อน
จาระบีเสื่อมสภาพได้ไหม สังเกตยังไง? +
ได้ครับ สัญญาณที่พบบ่อยคือมีน้ำมันแยกตัวลอยอยู่ด้านบน เนื้อเปลี่ยนสีหรือคล้ำลง เนื้อเละกว่าเดิมหรือแข็งตัวเป็นก้อน และมีเศษโลหะปนเมื่อเปิดออกมาดู สาเหตุหลักคือความร้อนสะสม การปนเปื้อนของน้ำและฝุ่น หรือการเติมทับด้วยจาระบีคนละชนิด รอบการเปลี่ยนถ่ายที่เหมาะสมให้ยึดคู่มือของเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลัก
แอดไลน์