ในโรงงาน คำว่า "จาระบี" ถูกใช้กันจนเหมือนเป็นของสามัญ — เบิกมา อัดเข้าเครื่อง จบ แต่พอถึงเวลาต้องสั่งของใหม่ เปลี่ยนยี่ห้อ หรือมีคนถามว่า "ทำไมใช้ตัวนี้แทนไม่ได้" ก็มักตอบกันไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้วจาระบีคืออะไร ต่างจากน้ำมันตรงไหน และอะไรเป็นตัวกำหนดว่าจาระบีตัวหนึ่งจะใช้กับเครื่องหนึ่งได้หรือไม่ได้
บทความนี้ตอบจากพื้นฐานที่สุด ไม่ใช่ระดับเลือกซื้อ — อ่านจบแล้วจะเข้าใจว่าเนื้อที่อยู่ในถังนั้นประกอบด้วยอะไร ทำงานด้วยหลักการอะไร และทำไมสองถังที่หน้าตาเหมือนกันถึงเทรวมกันไม่ได้
→ บทความนี้เป็นระดับ พื้นฐาน ถ้าต้องการรู้ว่าเครื่องของคุณต้องใช้เบอร์ไหน ให้อ่านต่อที่ จาระบีมีกี่เบอร์? ตารางเกรด NLGI 000–6
จาระบีคืออะไร
▶ ตอบสั้น: จาระบีคือ สารหล่อลื่นเนื้อกึ่งแข็ง (semi-solid lubricant) ที่เกิดจากการนำ น้ำมันพื้นฐาน (base oil) มาผสมกับ สารเพิ่มความข้น (thickener) และ สารเติมแต่ง (additive) สารเพิ่มความข้นทำหน้าที่เหมือนโครงตาข่ายอุ้มน้ำมันไว้ ทำให้จาระบีเกาะอยู่กับจุดหล่อลื่นได้โดยไม่ไหลหนี แล้วค่อย ๆ ปล่อยน้ำมันออกมาหล่อลื่นเมื่อโดนแรงเฉือนหรือความร้อน
สิ่งที่หล่อลื่นจริง ๆ ในจาระบี คือน้ำมัน ไม่ใช่เนื้อครีม — ประเด็นนี้สำคัญมากและเป็นจุดที่คนเข้าใจผิดกันมากที่สุด เนื้อครีมที่เห็นเป็นเพียง "ระบบขนส่งและกักเก็บ" ที่ทำให้น้ำมันไปอยู่ตรงจุดที่ต้องการ และอยู่ตรงนั้นได้นานโดยไม่หยดทิ้ง
พูดง่าย ๆ ให้เห็นภาพ: ถ้าน้ำมันหล่อลื่นคือน้ำในแก้ว จาระบีก็คือน้ำที่ถูกอุ้มไว้ในฟองน้ำ — ปริมาณน้ำอาจเท่ากัน แต่ฟองน้ำวางบนที่ลาดเอียงแล้วไม่ไหลลง และเมื่อถูกบีบก็ปล่อยน้ำออกมาทีละนิด
จุดที่ตามมาคือเรื่อง ความข้น-เหลว ซึ่งวัดเป็น "เบอร์" ตามมาตรฐาน NLGI ตั้งแต่เนื้อไหลได้เองจนถึงเนื้อแข็งคล้ายก้อนสบู่ เรื่องเบอร์เป็นคนละแกนกับเรื่องส่วนประกอบและไม่ได้บอกคุณภาพ — รายละเอียดครบทุกเบอร์อ่านได้ที่ จาระบีมีกี่เบอร์? ตารางเกรด NLGI 000–6 บทความนี้จะไม่ลงเรื่องเบอร์ซ้ำ
"จาระบี" กับ "จารบี" สะกดแบบไหนถูก
รูปที่ถูกต้องตามพจนานุกรมคือ "จาระบี" (มีสระอะที่ตัว ร) ส่วน "จารบี" เป็นรูปที่คนไทยพิมพ์กันติดปากมากจนพบได้ทั่วไปในใบสั่งซื้อ ป้ายคลังสินค้า และการค้นหาออนไลน์ ทั้งสองคำหมายถึงของสิ่งเดียวกัน ไม่มีผลต่อการสั่งของ — แต่ถ้าค้นข้อมูลทางเทคนิคแล้วเจอผลน้อย ลองสลับสะกดอีกแบบดู มักเจอเอกสารคนละชุดกัน
จาระบีทำมาจากอะไร
▶ ตอบสั้น: จาระบีทำจาก 3 ส่วนหลัก คือ น้ำมันพื้นฐาน (base oil) ซึ่งเป็นตัวหล่อลื่นจริงและกินสัดส่วนมากที่สุด สารเพิ่มความข้น (thickener) ที่สร้างโครงสร้างอุ้มน้ำมันไว้ และ สารเติมแต่ง (additive) ที่เติมคุณสมบัติเฉพาะ เช่น รับแรงกดสูง (EP) ต้านการเกิดสนิม หรือต้านออกซิเดชัน สัดส่วนที่อ้างถึงกันทั่วไปคือน้ำมันพื้นฐานราว 70–95% สารเพิ่มความข้นราว 3–20% และสารเติมแต่งราว 0–10%
| ส่วนประกอบ | สัดส่วนโดยทั่วไป | หน้าที่ | ถ้าส่วนนี้ไม่ตรงงานจะเกิดอะไร |
|---|---|---|---|
| น้ำมันพื้นฐาน (base oil) น้ำมันแร่ / สังเคราะห์ (PAO, เอสเทอร์) หรือผสม |
~70–95% | หล่อลื่นจริง สร้างฟิล์มคั่นผิวโลหะ ความหนืดของมันเป็นตัวกำหนดว่าฟิล์มหนาพอไหม | ความหนืดต่ำเกินสำหรับโหลด/รอบเดินเครื่องนั้น → ฟิล์มบาง เกิดการสัมผัสโลหะกับโลหะ |
| สารเพิ่มความข้น (thickener) สบู่โลหะหรือสารอินทรีย์ |
~3–20% | สร้างโครงสร้างระดับจุลภาคอุ้มน้ำมันไว้ ทำให้เนื้อเป็นครีมและเกาะอยู่กับที่ | ผิดชนิด → เข้ากันไม่ได้กับของเดิม เนื้อเละหรือแข็งตัว · ทนร้อน/ทนน้ำไม่ตรงสภาพงาน |
| สารเติมแต่ง (additive) EP, ต้านสึกหรอ, ต้านสนิม, ต้านออกซิเดชัน, ของแข็งหล่อลื่น เช่น โมลิบดินัม |
~0–10% | เติมคุณสมบัติที่น้ำมันพื้นฐานอย่างเดียวให้ไม่ได้ | ไม่มี EP ในงานแรงบิดสูง → ผิวฟันเกียร์สึกและมีโอกาสขบติด |
ตารางที่ 1 — องค์ประกอบ 3 ส่วนของจาระบี · สัดส่วนข้างต้นเป็นช่วงที่ใช้อ้างอิงกันทั่วไปในเอกสารทางเทคนิค สูตรจริงต่างกันไปตามผู้ผลิตและแต่ละรุ่น ให้ยึดเอกสารสินค้าของรุ่นนั้นเป็นหลัก
จุดที่ควรจำจากตารางนี้มีข้อเดียว: จาระบีสองถังอาจใช้น้ำมันพื้นฐานตัวเดียวกันเป๊ะ แต่ถ้าสารเพิ่มความข้นคนละชนิด มันก็เป็นคนละของ และในหลายกรณีคือของที่ห้ามเทรวมกัน เรื่องนี้จะขยายในหัวข้อชนิดจาระบีด้านล่าง
จาระบีทำงานยังไง ทำไมเนื้อถึงเป็นครีมไม่ใช่ของเหลว
▶ ตอบสั้น: สารเพิ่มความข้นในจาระบีจับตัวเป็น โครงสร้างเส้นใยระดับจุลภาค คล้ายใยฟองน้ำ แล้วอุ้มน้ำมันพื้นฐานไว้ในช่องว่างระหว่างเส้นใย เนื้อจาระบีจึงคงรูปเมื่ออยู่นิ่ง แต่เมื่อถูกแรงเฉือนจากฟันเกียร์หรือลูกปืน โครงสร้างจะอ่อนตัวลงชั่วคราวและปล่อยน้ำมันออกมาหล่อลื่น พอแรงหายไปเนื้อก็กลับมาข้นอีกครั้ง
พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า shear thinning คือ "แข็งตอนอยู่นิ่ง เหลวตอนโดนแรง" ซึ่งเป็นหัวใจที่ทำให้จาระบีใช้งานได้จริงในจุดที่น้ำมันอยู่ไม่ได้ ลองนึกถึงลูกปืนที่หมุนอยู่: จาระบีรอบ ๆ ยังคงรูปอยู่กับที่กันฝุ่นและกันน้ำ ส่วนจาระบีตรงบริเวณที่ลูกปืนกลิ้งผ่านจะถูกรีดจนปล่อยน้ำมันออกมาเคลือบผิวสัมผัสพอดี
มีอีกกลไกที่ทำงานคู่กันคือ การปล่อยน้ำมันออกจากเนื้อ (oil bleed) ซึ่งเกิดขึ้นช้า ๆ ตลอดเวลาแม้ไม่มีแรงเฉือน โดยเฉพาะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น นี่คือเหตุผลที่จาระบีที่ค้างในถังนาน ๆ หรือเจอความร้อนสะสมจะเห็นน้ำมันลอยแยกอยู่ด้านบน — ปริมาณการปล่อยน้ำมันที่ "พอดี" เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตออกแบบมาแล้ว ปล่อยน้อยไปก็หล่อลื่นไม่พอ ปล่อยมากไปอายุการใช้งานก็สั้น
ข้อจำกัดที่ต้องรู้อีกอย่างคือ ความทนความร้อนของโครงสร้าง เมื่ออุณหภูมิสูงถึงจุดหนึ่ง โครงสร้างของสารเพิ่มความข้นจะอุ้มน้ำมันไว้ไม่อยู่และเนื้อจาระบีจะเสียสภาพถาวร ค่าที่ใช้บอกจุดนี้คือ dropping point ซึ่งแต่ละสูตรไม่เท่ากันและระบุอยู่ในเอกสารสินค้าของรุ่นนั้น ๆ ค่านี้ไม่ใช่อุณหภูมิใช้งานสูงสุด แต่เป็นขีดที่ห้ามเข้าใกล้ — อุณหภูมิใช้งานจริงให้ยึดคู่มือของผู้ผลิตเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลักเสมอ
! เวลาอัดจาระบีเข้าชุดเกียร์หรือจุดหล่อลื่นที่มีซีล แรงดันที่ใช้ต้องต่ำ โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 0.15 MPa (ประมาณ 1.5 bar) เพราะแรงดันที่สูงเกินอาจดันซีลจนเสียหายและทำให้จาระบีรั่วออกภายหลัง · ค่าที่แน่นอนให้ยึดคู่มือของเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลัก
จาระบีกับน้ำมันหล่อลื่น ต่างกันที่อะไร
▶ ตอบสั้น: ต่างกันที่ จาระบีมีสารเพิ่มความข้น ส่วนน้ำมันหล่อลื่นไม่มี ผลคือจาระบีอยู่กับที่ได้เอง ปิดกั้นฝุ่นและน้ำได้ในตัว และไม่ต้องมีระบบหมุนเวียนหรือระดับน้ำมันให้ตรวจ ส่วนน้ำมันไหลเวียนได้ดีกว่าจึงระบายความร้อนและพาเศษสึกหรอออกจากจุดสัมผัสได้ ซึ่งจาระบีทำไม่ได้
หลักการเลือกเชิงกว้างที่ใช้ได้กับเครื่องจักรทั่วไป สรุปได้เป็นสามข้อ:
- เลือกจาระบีเมื่อ จุดหล่อลื่นนั้นปิดผนึกยาก เข้าถึงยาก ไม่มีระบบหมุนเวียน หรือทำงานเป็นช่วง ๆ ไม่ต่อเนื่อง — เพราะจาระบีอยู่รอที่จุดนั้นได้ตลอดโดยไม่ต้องมีอะไรมาปั๊มให้
- เลือกน้ำมันเมื่อ จุดนั้นเกิดความร้อนสูงและต้องพาความร้อนออก หรือหมุนเร็วมากจนแรงต้านการกวนของเนื้อจาระบีกลายเป็นภาระ หรือจำเป็นต้องกรอง/เปลี่ยนถ่ายเพื่อเอาเศษสึกหรอออก
- ห้ามสลับกันเอง ต่อให้ดูเหมือนใช้แทนกันได้ เพราะเรือนเกียร์ที่ออกแบบมาสำหรับจาระบีมักไม่มีซีลและระบบระดับน้ำมันที่รองรับน้ำมันล้วน และในทางกลับกันเรือนที่ออกแบบมาสำหรับน้ำมันก็ไม่มีทางให้จาระบีไหลกลับเข้าจุดขบได้
กรณีที่คนถามบ่อยที่สุดคือชุดเกียร์ทดของแขนกล ซึ่งมีทั้งรุ่นที่ผู้ผลิตกำหนดเป็นจาระบีและรุ่นที่กำหนดเป็นน้ำมัน — เรื่องนั้นมีบทความเจาะโดยเฉพาะที่ เกียร์ RV ใช้จาระบีหรือน้ำมัน ส่วนกลุ่มจาระบีเนื้ออ่อนที่ไหลตัวได้เองในเรือนเกียร์ อ่านได้ที่ จารบีเหลว (จาระบีกึ่งเหลว) คืออะไร
จาระบีแบ่งเป็นกี่ชนิด ดูที่ "สารเพิ่มความข้น" เป็นหลัก
▶ ตอบสั้น: วิธีแบ่งชนิดจาระบีที่ใช้กันในทางเทคนิคคือแบ่งตาม ชนิดของสารเพิ่มความข้น (thickener) ที่พบบ่อยได้แก่ ลิเธียม ลิเธียมคอมเพล็กซ์ โพลียูเรีย แคลเซียม/แคลเซียมซัลโฟเนต และอะลูมิเนียมคอมเพล็กซ์ ชนิดนี้เป็นตัวกำหนดความทนความร้อน ความทนน้ำ และที่สำคัญที่สุดคือ จาระบีสองตัวจะผสมกันได้หรือไม่ได้
| ชนิดสารเพิ่มความข้น | ลักษณะเด่นโดยทั่วไป | ทนน้ำ | มักพบในงานแบบไหน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|---|
| ลิเธียม Lithium soap |
ชนิดที่ใช้แพร่หลายที่สุดในตลาดโลก คุณสมบัติสมดุลรอบด้าน | ดี | จุดหล่อลื่นทั่วไป ลูกปืน ชุดเกียร์ทด | ทนความร้อนต่อเนื่องได้จำกัดกว่ากลุ่มคอมเพล็กซ์ |
| ลิเธียมคอมเพล็กซ์ Lithium complex |
พัฒนาต่อจากลิเธียม ทนความร้อนได้สูงกว่า | ดี | งานอุณหภูมิสูงกว่าปกติ งานหลายจุดใช้ตัวเดียว | ต้นทุนสูงกว่า และไม่ได้แปลว่าใช้แทนลิเธียมธรรมดาได้ทุกกรณี |
| โพลียูเรีย Polyurea |
ไม่มีโลหะเป็นองค์ประกอบ อายุใช้งานยาว นิยมในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเติมครั้งเดียว | ดี | ลูกปืนมอเตอร์ไฟฟ้าปิดผนึก | เป็นชนิดที่มีปัญหาเรื่องการผสมกับชนิดอื่นมากที่สุด |
| แคลเซียม / แคลเซียมซัลโฟเนต Calcium / Calcium sulfonate |
ทนน้ำได้เด่นชัด กลุ่มซัลโฟเนตยังทนความร้อนและรับโหลดได้ดี | ดีมาก | งานเปียก งานล้างน้ำ อุตสาหกรรมอาหาร งานเหล็ก | แคลเซียมแบบดั้งเดิมทนความร้อนได้จำกัด |
| อะลูมิเนียมคอมเพล็กซ์ Aluminium complex |
เกาะผิวโลหะดี ทนน้ำดี | ดี | อุตสาหกรรมอาหาร งานที่ต้องการการเกาะผิวสูง | เข้ากันได้กับชนิดอื่นค่อนข้างจำกัด |
ตารางที่ 2 — เทียบชนิดสารเพิ่มความข้นที่พบบ่อย · ตารางนี้เทียบลักษณะโดยทั่วไปของแต่ละกลุ่ม ไม่ได้แทนสเปกของสินค้ารุ่นใดรุ่นหนึ่ง คุณสมบัติจริงต่างกันตามสูตรของผู้ผลิตแต่ละราย ให้ยึดเอกสารสินค้าและคู่มือเครื่องรุ่นนั้นเป็นหลัก
ทำไมชนิดของสารเพิ่มความข้นถึงสำคัญกว่าที่คนคิด
เพราะมันคือตัวตัดสินว่า จาระบีเก่ากับจาระบีใหม่ในเครื่องเดียวกันจะอยู่ร่วมกันได้ไหม
เวลาเติมจาระบีทับของเดิมโดยไม่ล้างออก สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือโครงสร้างของสารเพิ่มความข้นสองชนิดมาปนกัน ถ้าเข้ากันไม่ได้ โครงสร้างจะพังลง เนื้อจาระบีจะ อ่อนตัวลงจนเละและปล่อยน้ำมันแยกออกมา ผลคือของที่เคยเกาะอยู่ตรงจุดหล่อลื่นไหลหนีออกไป เหลือจุดสัมผัสที่แทบไม่มีฟิล์มปกป้อง — และอาการนี้เกิดได้เร็วกว่าที่หลายคนคิด
คู่ที่ถูกยกเป็นตัวอย่างคลาสสิกในตารางความเข้ากันได้ทางอุตสาหกรรมคือ ลิเธียมกับโพลียูเรีย ซึ่งโดยทั่วไปถูกจัดว่าเข้ากันไม่ได้ (แม้จะมีสูตรโพลียูเรียบางแบบที่ผู้ผลิตระบุว่าเข้ากันได้ก็ตาม จึงต้องดูเป็นรายผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เหมารวม)
หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุดมีสามข้อ:
- เปลี่ยนยี่ห้อหรือเปลี่ยนสูตร ให้ตั้งต้นว่าต้องล้างของเดิมออกก่อน อย่าเติมทับโดยยังไม่ตรวจ
- ถ้าเลี่ยงการเติมทับไม่ได้จริง ๆ ให้ตรวจก่อนว่าสารเพิ่มความข้นและชนิดน้ำมันพื้นฐานเป็นกลุ่มเดียวกัน และยืนยันกับผู้ผลิตสินค้า
- จดชื่อรุ่นที่ใช้อยู่ติดไว้ที่เครื่อง เพื่อให้กะทันหันแล้วไม่มีใครหยิบถังผิดมาเติม — ต้นทุนของสติกเกอร์แผ่นเดียวถูกกว่าการรื้อเกียร์มาก
ข้อยกเว้นที่มีจริงและไม่ควรมองข้าม: จาระบีบางคู่ ผู้ผลิตระบุเองว่าใช้ร่วมกันได้ โดยเฉพาะคู่ที่มาจากผู้ผลิตรายเดียวกันและเป็นรุ่นที่ออกแบบมาให้สืบทอดต่อกัน (เช่นเกรดรุ่นเก่ากับเกรดรุ่นใหม่ที่มาแทนที่) กรณีแบบนี้ให้ยึด คำระบุของผู้ผลิตสินค้าและคู่มือของเครื่องรุ่นนั้น เป็นหลัก ไม่ต้องเหมารวมว่าเปลี่ยนยี่ห้อแล้วต้องล้างเสมอไป
กลับกัน การที่จาระบีสองตัว "สเปกใกล้เคียงกัน" หรือ "มาจากผู้ผลิตรายเดียวกัน" ก็ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าใช้แทนกันได้ ต้องตรวจรหัสสินค้าที่ผู้ผลิตเครื่องกำหนดและคู่มือของรุ่นนั้นก่อนเสมอ — ถ้าไม่แน่ใจว่าคู่ที่มีอยู่ในมือเข้าข่ายข้อยกเว้นหรือไม่ ถามผู้จำหน่ายก่อนเติมจะเร็วกว่าและปลอดภัยกว่ามาก
อาการที่เกิดตามมาเมื่อเติมของผิดสเปกลงชุดเกียร์ และวิธีไล่สาเหตุแบบเป็นขั้นตอน อ่านต่อได้ที่ ความเสี่ยงเมื่อเติมจาระบีผิดสเปกเกียร์ RV
ไม่แน่ใจว่าของที่ใช้อยู่กับของที่จะสั่ง เป็นจาระบีคนละชนิดกันไหม?
ถ่ายรูปฉลากถังเดิมหรือส่งชื่อรุ่นมาทางไลน์ได้เลย ทีมงานช่วยดูให้ว่าสารเพิ่มความข้นและสเปกตรงกันหรือเปล่า ก่อนจะเติมทับลงเครื่อง
ทักไลน์ให้ช่วยเทียบสเปกปรึกษาและเทียบสเปกให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด — LINE @620fnswu
จาระบีใช้ที่ไหนบ้างในโรงงาน
▶ ตอบสั้น: จุดที่ใช้จาระบีมากที่สุดในโรงงานคือ ลูกปืนและตลับลูกปืน ทุกชนิด ลูกปืนของมอเตอร์ไฟฟ้า ชุดเกียร์แบบปิดที่ไม่มีระบบหมุนเวียนน้ำมัน ชุดเกียร์ทดของแขนกลและชุดขับเคลื่อน รวมถึงจุดหมุน ข้อต่อ รางเลื่อน และโซ่ ซึ่งทั้งหมดเป็นจุดที่ต้องการสารหล่อลื่นที่อยู่กับที่ได้เอง
- ลูกปืน / ตลับลูกปืน — จุดใช้งานที่พบมากที่สุด จาระบีต้องเกาะอยู่ได้แม้โดนแรงเหวี่ยง และต้องกันฝุ่นกันน้ำเข้าไปในตลับด้วยในตัว
- ลูกปืนมอเตอร์ไฟฟ้า — หลายรุ่นเป็นแบบปิดผนึกและเติมมาจากโรงงานครั้งเดียว ตรงนี้เรื่องอายุการใช้งานของจาระบีสำคัญกว่าเรื่องความข้น
- ชุดเกียร์แบบปิด (closed gearbox) — เรือนเกียร์ที่ไม่มีปั๊มและไม่มีระดับน้ำมันให้ตรวจ ต้องใช้จาระบีที่ไหลกลับเข้าจุดขบฟันได้เอง
- ชุดเกียร์ทดของแขนกลและชุดขับเคลื่อน — จุดที่มีทั้งฟันเกียร์รับโหลดสูงและลูกปืนอยู่ในเรือนเดียวกัน ผู้ผลิตมักกำหนดทั้งเบอร์ ชนิดสารเพิ่มความข้น และรหัสสินค้ามาเจาะจง ไม่ปล่อยให้เลือกเอง
- จุดหมุน ข้อต่อ รางเลื่อน โซ่ — งานที่ต้องการให้สารหล่อลื่นเกาะค้างอยู่บนผิวโดยไม่หยดทิ้ง
ไลน์สินค้าที่ GIN189 ดูแล อยู่ที่กลุ่มสุดท้ายเป็นหลัก คือจาระบีและน้ำมันสำหรับ ชุดเกียร์ทดของแขนกลและเครื่องจักรอุตสาหกรรม เช่น Nabtesco MOLYWHITE RE No.00 และ Kyodo Yushi MULTEMP FZ No.00 (สารเพิ่มความข้นลิเธียม + โมลิบดินัม, EP) และ Nabtesco VIGOGREASE RE0 (สารเพิ่มความข้นลิเธียม EP) — บางรายการเป็นเกรดที่ ตรงกับสเปกและ Part No. ที่ผู้ผลิตหุ่นยนต์บางแบรนด์กำหนดไว้ ดูรายการสินค้าทั้งหมดได้ที่หน้าแรก
เราไม่ได้จำหน่ายจาระบีอเนกประสงค์สำหรับอัดลูกปืนทั่วไป เขียนไว้ตรงนี้เลยเพื่อไม่ให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย ถ้ากำลังหากลุ่มนั้นแนะนำให้ติดต่อผู้จำหน่ายสายจาระบีอเนกประสงค์โดยตรง
i GIN189 เป็นผู้จำหน่ายสินค้ากลุ่มนี้ ไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่าย ผู้แทน หรือพันธมิตรทางการของ FANUC, Nabtesco, Kyodo Yushi หรือแบรนด์ใด ๆ ชื่อแบรนด์และรหัสสินค้าที่อ้างถึงเป็นทรัพย์สินของเจ้าของแบรนด์นั้น ๆ ใช้เพื่อระบุความเข้ากันได้ของสเปกเท่านั้น · มีเอกสาร SDS (Safety Data Sheet) ให้ฝ่ายจัดซื้อ/ฝ่ายความปลอดภัยขอได้